ห้องนิเทศ


ครูทอม...บ้านไปแล้ว

โพสต์3 พ.ย. 2563 00:45โดยนายชัชวาล พรหมเรือง

ครูทอม...บ้าไปแล้ว

นายชัชวาล พรหมเรือง ศึกษานิเทศก์ ศธจ.ชุมพร

 

“ท่ามกลางความรู้สึกพอใจของครูทอม ชาวบ้านที่เห็นพฤติกรรมของครูทอม ก็พูดคุยกันว่า       

ครูทอมไม่รู้จักสอนบวก ลบ คูณ หาร อ่านเขียน แล้วเด็กมันจะรู้เรื่องอะไร ไปโรงเรียนเสียเวลาเปล่า       

ครูทอมบ้าไปแล้ว”

 

ครูทอมเป็นครูบรรจุใหม่ ณ โรงเรียนขนาดเล็กแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคใต้ของไทย โรงเรียนที่ครูทอมสอนอยู่ติดกับทะเลบรรยากาศดีมากๆ ครูทอมได้รับมอบหมายให้ประจำชั้น ป.4 มีนักเรียนทั้งหมด 9 คน สอนในทุกกลุ่มสาระกาเรียนรู้ทั้งๆที่ครูทอมจบการศึกษาวิชาเอกสังคมศึกษา และไม่มีประสบการณ์สอนนักเรียน นอกเหลือจากการฝึกสอนก่อนที่จะจบการศึกษาเท่านั้น แต่ครูทอมก็ไม่กังวล โดยมีหลักคิดที่ว่า “ครูมีโอกาสเตรียมการสอน และศึกษาก่อนผู้เรียน” ครูทอมตั้งใจสอนเต็มที่ มีการเตรียมการสอนเป็นอย่างดี จัดการเรียนการสอนไป 1 ภาคเรียน พบว่า นักเรียนไม่กล้าแสดงออก ขาดทักษะการคิด ทำให้เป็นโจทย์สำคัญ และโจทย์เร่งด่วนที่ต้องจัดการ เพราะนักเรียนไม่กล้าพูดกล้าคุย ขาดวิธีคิด

          ในช่วงปิดภาคเรียนครูทอม ได้ใช้เวลาทบทวนตัวเองว่าตัวเราเองจัดการเรียนการสอนอย่างไง ถึงทำให้นักเรียนเป็นแบบนี้ บทสรุปจากการทบทวนตัวเอง ครูทอมพบว่า ในการจัดการเรียนการสอนของครูทอมนั้นเน้นการให้ความรู้มากกว่าการให้ทักษะกับนักเรียนเพราะการแสดงออกและการคิดนั้นเป็นทักษะ ทักษะนั้นต้องเกิดจากการปฏิบัติ

          และแล้ววันประชุมก่อนเปิดภาคเรียนก็มาถึง 

          ครูทอม : ท่าน ผอ. ครับ ๆ

          ผอ.     : มีอะไรน้องทอม

          ครูทอม : ผมมีเรื่องที่จะเรียนปรึกษาท่าน ผอ. ครับ

          ผอ.     : ว่ามาเลยน้อง

          ครูทอม : นักเรียนชั้น ป.4 ที่ผมรับผิดชอบประจำชั้น นะครับท่าน ผอ. จากการที่ผมจัดการเรียนการสอนมา 1 ภาคเรียนแล้ว ผมพบว่าเด็กนั้นยังไม่กล้าแสดงออก และยังขาดทักษะการคิดทำให้เกิดอุปสรรคในการจัดการเรียนการสอนครับท่าน ผอ. ผมเลยจะขออนุญาตท่าน ผอ. จัดตารางเรียนโดยช่วงบ่ายของทุกวันพฤหัสบดี ผมจะออกแบบกิจกรรมที่บูรณาการโดยมุ่งเน้นการปฏิบัตินอกชั้นเรียนนะครับ ท่าน ผอ.

ผอ.     : เออ! แต่น้องต้องคุมตัวชี้วัดให้ดีนะ

         ครูทอม : ครับท่าน ผอ.

       เมื่อวันเปิดภาคเรียนมาถึง... บ่ายวันพฤหัสแรก  ครูทอมนำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4  ออกไปที่ชายหาดชวนนักเรียนเล่น “ตี่จับ” โดยถามนักเรียนว่า รู้จักการละเล่นตี่จับ มั๊ย นักเรียนทั้ง 9 คน ตอบพร้อมกันเลยว่า ไม่รู้จัก ครูทอมก็ไม่รอช้า ก็อธิบาย และสาธิตการเล่นให้นักเรียน พอเห็นว่านักเรียนเข้าใจวิธีการเล่นแล้ว ก็ให้นักเรียนทดลองเล่นกัน พอเล่นเสร็จ ครูทอมก้นให้นักเรียนล้างมือล้างไม้ พานักเรียนไปนั่งพักที่ใต้ต้นหูกวาง หน้าหาด ครูทอมก็ชวนนักเรียนคุย

          ครูทอม : เป็นไงบ้างนักเรียน นักเรียนได้อะไรจากการเล่น “ตี่จับ” บ้าง

          นักเรียน : สนุกครับ/สนุกคะ

          ครูทอม : นอกจากสนุกแล้ว นักเรียนได้อะไรอีกครับ

          นักเรียน : เออ! (แล้วก็ไม่มีเสียงตอบรับ)

          ครูทอม : ก็ไม่ชี้นำอะไร แต่ถามว่า “พฤหัสหน้าพวกเราจะมากันอีกมั๊ย”

          นักเรียน : มาครับ/มาคะ

     ครูทอม : ถ้ามาต้องมีข้อแลกเปลี่ยน (เร้า/ท้าทาย) นักเรียนจะต้องบอกครูให้ได้ว่าการที่ครูพาพวกเรามาเล่นตี่จับ นักเรียนได้อะไรมากกว่าความสนุก  ตกลงมั๊ย

          นักเรียน : ตกลงครับ/ตกลงคะ

          .....บ่ายพฤหัสบดี ที่ 2 เช่นเดินครูทอมนำนักเรียนเล่นตี่จับที่ชายหาด โดยก่อนเล่น “อย่าลืมที่สัญญาไว้กับครูนะ ว่าการเล่นตี่จับครั้งนี้ นักเรียนได้อะไรนอกเหนือจากความสนุก

 

          พอนักเรียนเล่นตี่จับเสร็จเรียนร้อย ใต้ต้นหูกวางต้นเดิม ครูทอมก็ทวงสัญญากับนักเรียน

          ครูทอม : อ้าว! ได้เวลาบอกครูแล้วว่านักเรียนได้อะไรมากกว่าความสนุก

          .............บรรยากาศใต้ต้นหูกวางเงียบได้ยินแต่เสียงคลื่น  สักพักหนึ่ง...............

          โต้ง     : ตะโกนขึ้นมาว่า “ผมได้ออกกำลังกายครับ”

          ครูทอม : สุดยอดเลยโต้ง เก่งมาก แล้วคนอื่นๆละครับ ได้อะไรอีก ครูให้พวกเราลองทบทวนดู

          สุดา    : หนูได้รู้วิธีการเล่นตี่จับคะ

          ครูทอม : เก่งสุดา หนูเก่งมาก คนอื่นๆล่ะครับ

          .............ไม่มีเสียงตอบจากนักเรียน ครูทอมก็ไม่ฝืน แต่รู้สึกพอใจแล้วกับการตอบของนักเรียน......

          ท่ามกลางความรู้สึกพอใจของครูทอม ชาวบ้านที่เห็นพฤติกรรมของครูทอม ก็พูดคุยกันว่า    ครูทอมไม่รู้จักสอนบวก ลบ คูณ หาร อ่านเขียน แล้วเด็กมันจะรู้เรื่องอะไร ไปโรงเรียนเสียเวลาเปล่า “ครูทอมบ้าไปแล้ว”

          ในวันที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน เรื่องของครูทอมก็ถูกนำไปพูดคุยในที่ประชุม แต่ทาง ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ชี้แจงให้คณะกรรมการทราบว่าครูทอมกำลังหาวิธีการพัฒนาทักษะการคิดให้กับลูกหลานพวกเรา ให้โอกาส ครูทอมเขาสักหน่อยครับ

          พฤหัสบดี ที่ 3 ครูทอมเริ่มเพิ่มความเข็มข้นของกิจกรรม

          ครูทอม : วันนี้ครูมิกิจกรรมท้าทายมาให้นักเรียนได้ปฏิบัติกัน

          น้อย  : กิจกรรมอะไรคะ คุณครู

          ครูทอม : กิจกรรมล่าสมบัติ

          นักเรียน : ว้าว! สมบัติอะไรครับ

        ครูทอม : ครูไม่บอกว่ามันคืออะไร พอพวกเธอหาเจอก็จะรู้เอง ก่อนอื่นให้นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่มๆละ 3 คน แล้วแต่ละกลุ่มมารับลายแทงสมบัติจากครู สมบัติมีสามชิ้น ทุกกลุ่มจะได้สมบัติแต่เราลองมาดูกันว่า กลุ่มไหนจะพบสมบัติก่อน  ตอนนี้ให้แต่ละกลุ่มตั้งชื่อกลุ่ม และเลือกหัวหน้ากลุ่ม

ครูทอม : พร้อมกันหรือยัง

          นักเรียน : พร้อม!

          ครูทอม : ถ้าพร้อมแล้ว ก็หาสมบัติกันเลย  (ขณะที่นักเรียนหาสมบัติครูทอมก็สังเกตพฤติกรรมการทำงานของแต่ละกลุ่ม แล้วบันทึกปรากฏการที่เกิดขึ้นลงสมุดพกประจำตัว) เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ละกลุ่มก็ทยอยกับพบสมบัติที่กลุ่มตามหาผ่านลายแทง

          กลุ่มที่ 1 สมบัติเป็นขนมปัง 1 ปี๊ป  กลุ่มที่ 2 สมบัติเป็นนมกล่อง  กลุ่มที่ 3 สมบัติเป็นน้ำส้ม

          ดูนักเรียนตื่นเต้นกันมาก

                   ใต้ต้นหูกวางต้นเดิม ครูทอมก็ถามนักเรียนแต่ละคน

                   ครูทอม : แต่ละคนทำหน้าที่อะไรกันบ้าง

                   โต้ง     : ผมเป็นหัวหน้ากลุ่ม ผมถือลายแทงครับ

                   สุดา    : หนูช่วยหาสัญลักษณ์คะ

                   นักเรียนทุกคนสามารถตอบคำถามได้ทุกคน ว่าตนเองนั้นทำหน้าที่อะไร

                   ครูทอม : พวกเราได้อะไรจากกิจกรรมนี้บ้าง

               น้อย    : จากเด็กไม่ค่อยพูด แต่วันนี้รู้สึกน้อยจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ ตอบออก “พวกเราได้ช่วยเหลือกันคะคุณครู” นักเรียนคนอื่นๆ ก็ตอบกันไปต่างๆนานา

                   ครูทอม : สุดท้ายครูลองให้พวกเราคิดดูว่า “ทำอย่างไรให้ทุกคนได้กินขนมปัง น้ำส้ม และนมกันทุกคน”

                   ภาพที่ครูทอมเห็นนักเรียนนั่งล้อมวงและแบ่งขนมปัง น้ำส้ม นม ทุกคนได้กิน และพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน  ครูทอมรู้สึกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก

                   ทุกบ่ายวันพฤหัสบดี  ครูทอมก็ออกแบบกิจกรรมลักษณะแบบนี้มาใช้กับนักเรียน และไม่วายที่จะใช้คำถามสะท้อนผลหลังกิจกรรมใต้ต้นหูกวางต้นเดิมเสมอ ครูทอมทำหน้าที่เป็นครูประจำชั้นนักเรียนรุ่นนี้ไปจนถึงจบ ป.6 กิจกรรมลักษณะของครูทอมก็กระจายไปทุกชั้นเรียน

                   ลองคิดดูว่านักเรียนของครูทอมจะมีลักษณะแบบไหน ?

                   ครูทอมบ้าจริงหรือไม่?

 

************ 

TIK TOK สอนคิด

โพสต์7 ก.ย. 2563 00:40โดยนายชัชวาล พรหมเรือง

เรื่องเล่าเร้าพลัง "สอนโครงงานแบบครูจ๋อย"

โพสต์26 ส.ค. 2563 02:39โดยนายชัชวาล พรหมเรือง

เรื่องเล่าเร้าพลัง

“สอนโครงงานแบบครูจ๋อย”

ชัชวาล พรหมเรือง ศึกษานิเทศก์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดชุมพร

 

         ครูจ๋อย เป็นครูที่สอนนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ณ โรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคใต้ซึ่งเป็นครูที่มีประสบการสอนมาไม่น้อยกว่า 25 ปี ตอนนี้ก็อายุ 53 แล้ว ซึ่งเป็นครูที่อาวุโสที่สุดในโรงเรียน นอกนั้นก็เป็นครูรุ่นใหม่ ทั้งนั้น เมื่อ 20 ปีที่แล้วครูจ๋อยเป็นครูที่เด็กในโรงเรียนแต่ตอนนี้ พี่ๆเกษียรณอายุราชการไปหมดแล้วมีครูใหม่ๆ เข้ามาแทนอายุอยู่ในช่วง 25-40 ปี

         วันนี้ เป็นวันจันทร์ ซึ่งหลังจากการจัดการเรียนการสอนของครูเสร็จประมาณ    16.00 น. นักเรียนกลับบ้านหมดแล้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนก็จะกำหนดให้มีการประชุมครูในทุกสัปดาห์ เพื่อเสนอข่าวสารใหม่ๆ ติดตามงาน วางนโยบาย อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนานักเรียน วันนี้ผู้อำยวนการโรงเรียนได้ชี้ประเด็นว่าที่ผ่านมานั้นนักเรียนของโรงเรียนเรานั้นยังขาดทักษะการคิด ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการดำเนินชีวิต เลยให้นโยบายกับครูว่า “สอนให้เด็กคิดเป็นโดยใช้โครงงานเป็นฐาน” โดยผู้อำนวยการโรงเรียนให้เหตุผลว่า โครงงานเป็นวิธีการหนึ่งในการส่งเสริมการคิดให้กับนักเรียน

         หลังจากประชุมครูจ๋อยมานั่ง งงๆ อยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นหูกวางข้างห้องเรียน เนื่องจากครูจ๋อยเป็นครูที่สนใจ เอาใจใส่อยากให้นักเรียนนั้นได้เรียนรู้มากที่สุด นั่งทบทวนตัวเองด้วยความเครียด แล้วก็ได้ข้อสรุปว่าเป็นเรื่องจริงเหมือนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวในที่ประชุม จากการพิจารณาพฤติกรรม ผลงานนักเรียนที่ผ่านมาแล้ว ด้วยทักษะในการใช้เทคโนโลยีไม่ค่อยมาก แต่ก็นสามารถสืบค้นข้อมูลเบื้องต้นได้ เลยดึงสมาร์ทโฟนประจำตัวจากกระเป๋ากางเกงชุดกากี ลองค้นหาว่าหลักการ แนวคิดของการสอนโครงงานเป็นอย่างไร ใช้เวลาอยู่สักพักใหญ่ๆ จนได้ทราบได้รู้หลักการการสอนโครงงาน แต่ก็ยังมีไม่รู้ว่าจะทำอย่างไง กับเด็กที่ตัวเองรับผิดชอบ ตะวันเริ่มลับขอบฟ้า ครูจ๋อยเลยตัดสินใจสตาร์ส คาริเบียนคู่ใจกลับบ้านแต่ในใจก็ยังคิดอยู่ตลอดว่าจะทำอย่างไง ให้โครงงานถึงตัวเด็กให้ได้ กลับถึงบ้านทานข้าว อาบน้ำ นั่งดูทีวี ครูจ๋อยเห็นสารคดี เกี่ยวกับการจัดการขยะในโลก เป็นสารคดีสั้น ความยาวประมาณ 5 นาที ประกอบกับข้อมูลที่ครูจ๋อยศึกษามาเมื่อตอนเย็นเรื่องการสอนโครงงานจากสมาร์ทโฟน ทำอย่างไรจะเอาสารคดีเรื่องสถานการณ์ขยะในโลกไปให้เด็กนักเรียนดูเพื่อเป็นจุดเริ่มในการสอนโครงงานนักเรียนนั่งคิด นอนคิดจนหลับไปบนโซฟาหน้าทีวีที่บ้าน

         ตื่นเช้ามา ครูจ๋อยอาบน้ำ แต่งตัวไปทำงานปกติ แต่ในใจก็ยังไม่วายที่จะคิดว่า จะทำอย่างไง เอาวีดีโอ “เรื่องสถานการณ์ขยะในโลก” ให้ได้ ไปถึงโรงเรียนครูจ๋อยเหลือบเห็นครูแป๋ม กำลังรับเด็กอยู่หน้าโรงเรียนในฐานนะเวรประจำวัน เลยคิดขึ้นได้ว่าครู แป๋ม เป็นครูบรรจุใหม่ เอกคอมพิวเตอร์ ครูจ๋อยคิดในใจว่า ครูแป๋มน่าจะช่วยได้ แต่ก็อีกใจหนึ่งคิดว่าครูแป๋มจะดูถูก หรือไม่สอนมาตั้งนานแล้วยังต้องไปขอช่วยครูเด็กๆ แต่ในที่สุดครูจ๋อยก็ตัดสินใจเดินไปหาครูแป๋ม

         ครูจ๋อย : น้องแป๋มๆ พี่อยากจะขอช่วยน้องแป๋มในเรื่องของการสอนหน่อย น้องพอจะว่ามั๊ย ครับ

         ครูแป๋ม : “ยินดีคะ” ครูแป๋มยิ้มหวานให้กับครูจ๋อย แต่หนูจะช่วยอะไรพี่ได้ หนูประสบการณ์สอนก็น้อย เพิ่งบรรจุได้ไม่ถึงสามเดือน จริงๆ แป๋มต้องขอความช่วยเหลือ และคำแนะนำจากพี่มากกว่า

         ครูจ๋อย : ไม่จริงหรอกน้องแป๋ม พอดีเมื่อคืนพี่ไปเห็นสารคดีชุดหนึ่งเกี่ยว เกี่ยวกับสถนการณ์ขยะในโลก พี่อยากจะเอาสารคดีนี้เป็นจุดเริ่มในการสอนโครงงานตามที่ผู้อำนวยการโรงเรียนประชุมเมื่อวานนะน้อง แต่พี่ไม่รู้จะทำอย่างไร น้องพอจะมีวิธีการ หรือแนวทางอะไรแนะนำพี่บ้างมั๊ยครับ

         ครูแป๋ม : มันอาจจะมีอยู่ใน Youtube ก็ได้พี่

         ครู้จ๋อย : ถ้าอยู่ใน Youtube พี่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะ ห้องป.4 ของพี่ สัญญานอินเทอร์เน็ตเข้าไม่ถึง

         ครูแป๋ม : ไม่ยากพี่ เดี๋ยวหนูจะโหลดมาให้สามารถใช้กับทีวีที่ของเรียนของพี่จ๋อยได้ หนูจัดให้

         ครูจ๋อย : ขอบคุณมากน้องแป๋ม พี่จะได้วางแผนว่าจะทำอย่างไรต่อถ้าเด็กได้ดูวีดีโอนี้แล้ว

         ครูแป๋ม : ได้คะพี่ พี่นี้สุดยอดจริงๆเลย ผอ.ให้นโยบายเมื่อวานนี้เอง ก็คิดที่จะทำแล้ว หนูยัง งงๆอยู่เลยไม่รู้จะเริ่มอย่างไง แต่เรื่องวีดีโอ หนูจัดให้คะพี่ ตอนเที่ยงหนูเอาไปให้พี่ นะ

         ครูจ๋อย : ขอบคุณจริงๆ น้อง

        

         ช่วงพักเที่ยง ครูแป๋มเดินมาหาครูจ๋อยทีโรงอาหาร แล้วยื่น handy drive ให้กับครูจ๋อย แล้วพูดว่า “ พี่จ๋อย ได้แล้ว วีดีโอที่พี่ขอ”

ครูจ๋อย “ โอ้ สุดยอดเลยน้อง แต่พี่ยังไม่รู้เลยนะว่าวิธีการที่พี่คิดนี้จะส่งผล

ต่อการคิดเหมือนที่ท่าน ผอ.ต้องการจริงหรือไม่”

                 ครูแป๋ม “ทำเลยพี่ หนูจะได้เอาแบบอย่างบ้าง”

         บ่ายวันนั้น ครูจ๋อยไม่รอช้า ก็เลยเอาวีดีโอ เรื่อง “สถานการณ์ขยะโลกไปให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ดู แล้วครูจ๋อย ก็ถามนักเรียนว่า “ลูกๆคิดอย่างไรกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้” เด็กชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก็ตอบไปต่างๆนานา ครูจ๋อยถามต่อไปว่า “ลูกยากมีส่วนในการช่วยสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้น หรือลดน้อยลงหรือไม่” เด็กๆตอบว่าต้องการ ครูจ๋อยเลยให้เด็กชั้น ป.4 รวมกลุ่มตามความสมัครใจ มีเงื่อนไขว่ากลุ่มละไม่เกิน 5 คน เด็กก็เลยรวมกลุ่ม 5 คนบ้าง 4 คนบ้าง ได้ 4 กลุ่ม เพราะเด็กห้อง ป.4 ที่ครูจ๋อยสอนมีอยู่ 15 คน

         ครูจ๋อยให้โจทย์กับเด็กว่า “ให้แต่ละกลุ่มลองไปหาความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ขยะในโรงเรียนในชุมชน พร้อมหาวิธีการจัดการขยะที่เหมาะสม มานำเสนอให้ครูหน่อย การนำเสนอครูเปิดอิสระจะนำเสนอแบบไหนก็ได้ ขึ้นอยู่กับความคิด ความสนใจของแต่ละกลุ่ม ครูให้เวลา 1 สัปดาห์”

         ในขณะที่นักเรียน ครูจ๋อยก็สอบถามความก้าวหน้าของการทำงานแต่ละกลุ่มไปเรื่อยๆ และให้คำแนะนำเพิ่มเติม จนถึงวันที่ครบกำหนดการนำเสนอ ครูจ๋อยสอบถามผลงานแต่ละกลุ่ม ถึงกับ ได้คำตอบจากนักเรียน ถึงกับ งง

         กลุ่มที่ 1 ของกลุ่มผมจะนำเสนอวิธีการจัดการขยะแบบละครสั้นครับ

         กลุ่มที่ 2 ของกลุ่มหนูจะนำเสนอวิธีการจัดการขยะแบบวิดีโอสั้นคะ

         กลุ่มที่ 3 ของกลุ่มพวกเราจะนำเสนอวิธีการจัดการขยะโดยการเขียนคำขวัญรณรงค์

         กลุ่มที่ 4 กลุ่มพวกผมจะนำเสนอวิธีการแยกขยะแล้วนำไปหารายได้ครับผม

         ครูจ๋อยถึงกับ อึ้ง... เลยนัดกลุ่มนักเรียนนำเสนอ เชิญ ผู้อำนวยการโรงเรียน และเพื่อครูมาชมการนำเสนอของนักเรียน พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะ

         เมื่อวันที่นำเสนอจริงมาถึง นักเรียนก็สามารถนำเสนอได้เหมือนที่พวกนักเรียนบอกไว้ เห็นความคล่องแคล่ว เห็นความคิดที่ได้จากการปฏิบัติจริง เห็นองค์ความรู้ที่ได้ไปสืบค้น และมีเพื่อครูมาช่วยเติมเต็ม เมื่อเสร็จการนำเสนอ

         ผ.อ. : สุดยอดเลยพี่จ๋อย ผมว่าพี่จ๋อยไปถูกทางแล้ว

         ครูแป๋ม : หนูว่าพี่จ๋อยนี้สุดยอดจริง หนูต้องมาขอคำปรึกษาบ้างแล้ว

         ในวันนั้น ครูจ๋อยเดินยิ้มในใจทั้งวัน และก็คิดต่อไปว่า ตัวเองสามารถจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการได้ ทำอย่างไรเร้าเด็กสนใจให้ได้ มีเวทีคิด มีเวทีปฏิบัติ ให้อิสระ ใช้ความถนัดในตัวเด็กให้เป็นประโยชน์ ควบคุมในส่วนที่จำเป็น

********************

NEW NORMAL CLASS ROOM

โพสต์3 ก.ค. 2563 02:05โดยนายชัชวาล พรหมเรือง

NEW NORMAL

         Class Room

                   ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้การใช้ชีวิตของผู้คนมีการปรับเปลี่ยน แต่เป้าหมายของการใช้ชีวิตนั้นยังเหมือนเดิมคือวิถีการอยู่รอดอย่างมีความสุข ในการจัดการเรียนการสอนก็เช่นกันมีการปรับเปลี่ยน มีการปรับเปลี่ยนวิถีในการจัดการเรียนการสอน แต่เป้าหมายก็ยังคงเดิมเช่นกัน นั้นก็คือทำอย่างไรให้นักเรียนเรียนรู้ได้อย่างเต็มศักยภาพ มีความรู้ มีทักษะ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสมรรถนะตามหลักสูตร ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญในการจัดการเรียนการสอนไม่ว่าวิถีของการจัดการเรียนการสอนเปลี่ยนแปลงเป็นเช่นไร

              ครูทำงานนอกห้องเรียนให้มาก ทำงานในห้องเรียนให้น้อย

                        ครูเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญ ครูจะต้องทำความเข้าใจกับเป้าหมายของการจักการเรียนรู้อย่างถ่องแท้ เป้ามหายที่ว่านั้นก็คือตัวหลักสูตร และเป้าหมายของหลักสูตร วางแผนออกแบบการจัดกิจกรรมที่สนับสนุนการเรียนรู้ของผู้เรียน เน้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง ในชั้นเรียนครูจะต้องเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุน เติมเต็ม เปลี่ยนจากการป้อนความรู้เป็นการส่งเสริมทักษะแทน พร้อมทั้งมีการตรวจสอบความก้าวหน้าของผู้เรียน ครูจะต้องมีความยืดหยุ่น ไม่กำหนดชิ้นงานที่ตายตัว เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งชั้นเรียน

                        นักเรียนเรียนรู้จากนอกห้องเรียน มานำเสนอองค์ความรู้ที่ได้ในชั้นเรียน

                   นักเรียนมีการเรียนรู้จากการออกแบบการจัดการเรียนการสอนของครู และสื่อที่มีความเหมาะสมกับตัวนักเรียนในแต่ละระดับ ซึ่งให้นักเรียนไปศึกษาตัวความรู้ด้วยตนเอง ผ่านสื่อ หรือวิธีการต่างๆ เช่น ตัวบุคคล  website คลิปวีดีโอสั้น CAI หรือแหล่งเรียนรู้อื่นๆ โดยครูจะต้องคุมตัวชี้วัดตามหลักสูตร และให้นักเรียนมานำเสนอในชั้นเรียน ในรูปแบบต่างๆ ตามความถนัดของนักเรียน มีการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในชั้นเรียน ซึ่งจะทำให้ครูตรวจสอบได้ว่านักเรียนมีความรู้ความสามารถ หรือความเข้าใจในประเด็นเนื้อหาขนาดไหน ครูทำหน้าที่เติมสิ่งที่นักเรียนขาด กระตุ้น จุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ

              โรงเรียนใช้กระบวนการนิเทศภายในโรงเรียนเป็นตัวขับเคลื่อน

                        โรงเรียนใช้กระบวนการนิเทศภายในที่มุ้งเน้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนเป็นสำคัญ ขับเคลื่อนให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างกัน มีการสอนแนะจากเพื่อนครูที่มีความเชี่ยวชาญในโรงเรียน การปฏิบัติการสอนร่วมกัน

       ประเด็นที่นำเสนอไปก็อาจเป็นส่วนหนึ่งที่จะให้เกิด New Normal Class Room วิถีการเรียนรู้ใหม่แต่เป้าหมายยังคงเดิม

 

                                                                                                       ศน.ปู

การวางแผนยกระดับ NT ระยะสั้น

โพสต์12 ม.ค. 2563 23:43โดยนายชัชวาล พรหมเรือง

สร้างฐานการคิดในชั้นเรียน

โพสต์18 พ.ย. 2562 22:56โดยนายชัชวาล พรหมเรือง


4 เรื่องที่น่ารู้จัก

โพสต์11 พ.ย. 2562 00:04โดยนายชัชวาล พรหมเรือง


มาสร้างฐานการคิดสร้างสรรค์ให้เด็กเรากันเถอะ

โพสต์31 ต.ค. 2562 22:32โดยนายชัชวาล พรหมเรือง


คิดแบบครู

โพสต์31 ต.ค. 2562 00:53โดยนายชัชวาล พรหมเรือง


แจ้งเบาะแสก่อนเปิดเทอม

โพสต์27 ต.ค. 2562 20:27โดยนายชัชวาล พรหมเรือง   [ อัปเดต 29 ต.ค. 2562 21:25 ]

1-10 of 37